พิธีลงนามความร่วมมือจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น

พิธีลงนามความร่วมมือจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ Memorandum of Cooperation (MoC) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Institute of Technology: NIT) หรือ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่าการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับการเริ่มต้นจัดตั้ง “สถาบันไทยโคเซ็น” ซึ่งเป็นโรงเรียนทางวิศวกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนโคเซ็น ที่เปิดทำการเรียนการสอนจำนวน 51 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น 

สถาบันไทยโคเซ็นจึงเป็นการจัดตั้งสถาบันโคเซ็นครั้งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น โดยจะจัดตั้งที่ สจล. และ มจธ. สำหรับสถาบันไทยโคเซ็น มีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 13 ปี คาดว่าจะใช้งบประมาณจำนวน 800 ล้านบาท สำหรับเป็นเงินอุดหนุนการศึกษาของนักศึกษาในสถาบันไทยโคเซ็น และงบดำเนินงานของสำนักงานโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็นจำนวน 1,200 ล้านบาท ตลอดจนเงินนอกงบประมาณ จำนวน 2,700 ล้านบาท จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) โดยจะเริ่มดำเนินการรับสมัครนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าศึกษาต่อที่สถาบันไทยโคเซ็น ในปีการศึกษา 2562 ด้วยวิธีการสอบคัดเลือกเช่นเดียวกับการสอบเข้าเรียนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้ใน 13 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีวิศวกรนักปฏิบัติกว่า 1,000 คน ที่เป็นกำลังคนสำคัญของประเทศ ในส่วนของการบริหารงานของสถาบันไทยโคเซ็นนั้น อยู่ระหว่างการเตรียมการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะช่วยบริหารงานในเบื้องต้น และในท้ายที่สุดจะส่งต่อการบริหารงานของสถาบันไทยโคเซ็นในรูปแบบของ องค์การมหาชน และมีอิสระในการดำเนินงาน 

“ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองเชื่อมั่นและมั่นใจในคุณภาพของสถาบันไทยโคเซ็น ซึ่งทัดเทียมกับโคเซ็นญี่ปุ่นอย่างแน่นอน เพราะมีครูที่มีความเชี่ยวชาญมาสอน อีกทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของโคเซ็นประเทศญี่ปุ่นก็เป็นที่ยอมรับอย่างมาก และมีบริษัทมาเสนองานให้ผู้ที่จบการศึกษากว่า 30 บริษัท ดังนั้น เด็กไทยที่จบสถาบันไทยโคเซ็น นอกจากจะมีงานทำแน่นอนแล้ว ยังเป็นบุคลากรที่สามารถสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้ด้วย”

admin@eseb.obec

admin@eseb.obec

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *